Work from home ทำงานที่บ้านอย่างไรให้ปลอดภัยจากภัยไซเบอร์
5 วิธีทำงานจากที่บ้าน work from home
เมื่อการระบาดของเชื้อไวรัส COVID 19 ยังคงระบาดอย่างต่อเนื่อง การหยุดเชื้อด้วยการหยุดอยู่บ้าน การทำงานจากที่บ้าน Work from Home ที่หลายบริษัท สถานศึกษา รวมถึงหน่วยงานภาครัฐบางแห่ง เริ่มปรับตัวให้ใช้วิธีทำงานที่บ้าน Work From Home เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการติดไวรัส COVID-19 ควบคู่กับการรอความหวังการฉีดวัคซีนป้องกัน เชื้อไวรัส COVID 19 จะช่วยป้องกัน แต่เมื่อเชื้อไวรัสยังคงระบาด การทำงานที่บ้าน Work from home จึงมีความจำเป็น และด้วยเทคโนโลยี การเข้าถึง internet
หางาน อยู่บ้านก็สร้างเงินล้านได้
เพิ่มเติมข้อมูล คลิก
https://line.me/ti/g2/WQHQZDK9L7
รูปแบบการทำงานหลังจากวิกฤติครั้งนี้ จะทำให้รูปแบบการทำงานเปลี่ยนไปจากเดิม การทำงานจะทำที่ไหนก็ได้ แต่ใช่ว่าจะทำงานที่บ้านจะราบรื่นยังต้องรู้และรับมือภัยไซเบอร์ด้วย โดยมีข้อแนะนำ
5 ข้อในการรับมือภัยขณะทำงาน
Work From Home ดังนี้
1. ระวังไม่ให้ตกเป็นเหยื่อการโจมตีแบบ
social engineering การทำงานออนไลน์จากบ้าน
จำเป็นต้องมีการติดต่อสื่อสารหรือรับส่งไฟล์กับบุคคลอื่นมากกว่าการทำงานตามปกติ
ผู้ประสงค์ร้ายอาจฉวยโอกาสนี้ในการส่งอีเมลหลอกลวง แนบไฟล์มัลแวร์
หรือแนบลิงค์ที่พาไปยังเว็บไซต์ฟิชชิ่งเพื่อหลอกขโมยรหัสผ่านได้
ทั้งนี้ควรทบทวนกระบวนการสั่งงานและการอนุมัติสั่งงาน เนื่องจากการโจมตีประเภท Business E-mail Compromise หรือ CEO Fraud ซึ่งเป็นการแฮกอีเมลของผู้บริหารแล้วสั่งให้ส่งข้อมูลหรือสั่งให้โอนเงินนั้นอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อองค์กรได้
2. รักษาความมั่นคงปลอดภัยของรหัสผ่าน
ควรตั้งรหัสผ่านที่เราจำได้แม่นไม่ลืม และคาดเดาได้ยาก และไม่ซ้ำกับรหัสผ่านที่เคยใช้ในบริการอื่น
หากเป็นไปได้ควรเปิดใช้งานการยืนยันตัวตนแบบหลายปัจจัยเพื่อลดผลกระทบหากเกิดเหตุการณ์รหัสผ่านหลุด
รวมถึงพิจารณาใช้โปรแกรมช่วยบริหารรจัดการรหัสผ่านร่วมด้วย
ทั้งนี้รวมถึงการตั้งรหัสผ่าน Wi-Fi เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ไม่ได้รับอนุญาตแอบเชื่อมต่อ
Wi-Fi
3. การทำงานจากที่บ้านอาจไม่ได้หมายความว่าต้องอยู่แค่ในบ้านเสมอไป
หากจำเป็นต้องทำงานนอกบ้าน เช่น ตามร้านกาแฟหรือศูนย์การค้า หรือตาม Co-working space หากเป็นไปได้ควรเชื่อมต่อ
Wi-Fi จากโทรศัพท์มือถือ
หากจำเป็นต้องเชื่อมต่อ Wi-Fi
สาธารณะควรใช้
VPN ทั้งนี้ควรอัปเดตระบบปฏิบัติการ
ซอฟต์แวร์ที่ใช้งานให้ใหม่อยู่เสมอ และฐานข้อมูลของโปรแกรมแอนติไวรัสควรได้รับการอัปเดตและสแกนอย่างสม่ำเสมอเช่นกัน
4. ทำความเข้าใจกับคนอื่นเรื่องอุปกรณ์ส่วนตัวที่มีข้อมูลเกี่ยวข้องกับงาน
สงวนไว้เฉพาะกับเรื่องงานเท่านั้นไม่ควรให้ผู้อื่นที่ไม่เกี่ยวข้องมาใช้งานอุปกรณ์ดังกล่าวเพราะอาจเสี่ยงติดมัลแวร์หรือข้อมูลรั่วไหลได้
5. เตรียมพร้อมการแจ้งเหตุและประสานงานกับทีมไอทีขององค์กรเนื่องจากการทำงานนอกสำนักงานนั้นอาจมีข้อจำกัดบางอย่างที่ทำให้ระบบการรักษาความมั่นคงปลอดภัยขององค์กรไม่อาจป้องกันได้หากพบเหตุการณ์ผิดปกติ ควรประสานกับผู้ที่เกี่ยวข้องให้ทราบโดยเร็วที่สุดแพร่กระจายมัลแวร์หรือดักขโมยข้อมูล
คลิกดู 17ข้อดีของการดื่มกาแฟสมุนไพร
นอกจากภัยไซเบอร์รูปแบบ 5 ข้อแล้วยังมีรูปแบบการขโมยรูปคนอื่นเพื่อทักหลอกลวงในรูปแบบต่างๆ อย่างที่เป็นข่าว หากไม่เจอตัวจริงเสียงจริงอย่างพึ่งเชื่อ เพราะข้อมูลข่าวสารในปัจจุบัน เห็นข่าวแล้วต้องพิจารณา วิเคราะห์ สังเคราะห์ว่าจุดประสงค์ของข้อความ ข่าวสาร หวังผลอะไร ต้องการเบี่ยงเบนความสนใจอะไรบางอย่าง ต้องการให้เชื่อหรือชี้นำเพื่ออะไรผลประโยชน์ของใคร กลุ่มใด เราได้อะไรจากการบริโภคข่าวสารนั้นบ่อยๆ ให้คิดหลายมุม เพราะมีหลายอย่างที่คนธรรมดาอย่างเราๆ คาดไม่ถึง ว่า "อย่างนี้ก็ได้หรือ" ให้ยึดหลักความเชื่อตามหลักพระพุทธศาสนา "กาลามสูตร 10 ประการ" อ่านหรือได้ฟังมาแล้วต้อง ฝึกสังเกต ฝึกสังเคราะห์ ฝึกไว้ สติมาปัญญาเกิด วิกฤติใดๆ ก็ผ่านไปได้ ปรับตัวทันเกมส์ ไม่ตกเป็นเหยื่อง่ายๆ หาข้อมูลก่อนตัดสินใจ (เรียกว่าถ้าจะหลอกก็หลอกยากหน่อยเพราะศึกษาข้อมูลมาดี )
ในเหรียญ Cryptocurrency มีที่มาอย่างไร
หากเราใส่ใจทำตาม 5ข้อที่กล่าวมา การทำงานที่บ้าน Work from home การทำงาน online ผ่านระบบ Internet ก็จะมีความปลอดภัยจากภัยไซเบอร์ จะทำงานที่ไหนก็จะยิ่งสบายใจ มีความปลอดภัยด้านข้อมูล
อ้างอิงบทความ Thai CERT แปลบทความจากทางสถาบัน SANS



ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น